
PureRegen® Gel Sinus เป็นเจลกรดไฮยาลูโรนิกชนิดเชื่อมขวางในตัวเอง (self-cross-linked hyaluronic acid hydrogel) ที่ใช้เป็นวัสดุแต่งแผลในโพรงจมูกและไซนัสหลังการผ่าตัด งานวิจัยบางฉบับสนับสนุนประโยชน์ต่อการฟื้นตัวของเยื่อบุและการลดพังผืด โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้เปรียบเทียบ ตำแหน่งผ่าตัด และแนวทางดูแลหลังผ่าตัดร่วมด้วย [1–4]
ทำไมการเลือก dressing หลังผ่าตัดไซนัสจึงสำคัญ?
หลังการผ่าตัดไซนัสผ่านกล้อง หรือ Endoscopic Sinus Surgery (ESS) การหายของแผลและการยึดติดของเนื้อเยื่อเป็นประเด็นที่แพทย์ติดตาม วัสดุแต่งแผลแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งการช่วยควบคุมเลือดออก การแยกพื้นผิวเนื้อเยื่อ และการพยุงโครงสร้างภายในจมูก จึงควรเลือกตามเป้าหมายของการใช้งานและลักษณะของผู้ป่วย [1,3]
PureRegen Gel Sinus เป็นหนึ่งในทางเลือกกลุ่มเจล HA ที่มีการศึกษาหลัง ESS โดยตรง การประเมินจึงควรพิจารณาทั้งผลการศึกษาทางคลินิกและความเหมาะสมกับแผลแต่ละตำแหน่ง [1,2]
PureRegen Gel Sinus ต่างจาก nasal packing อย่างไร?
Nasal packing เป็นคำเรียกวัสดุที่ใช้ภายในจมูก ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ ทั้งชนิดฟองน้ำ โฟม และเจล ขณะที่ PureRegen Gel Sinus เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเจล HA ที่สลายตัวได้ การเปรียบเทียบจึงต้องระบุชนิดและรุ่นของวัสดุ ไม่ควรสรุปว่าวัสดุชนิดหนึ่งเหนือกว่าทุกชนิดในทุกด้าน [1,3]
ตัวอย่างเช่น การเลือกวัสดุเพื่อดูแลพื้นผิวแผลอาจมีข้อพิจารณาต่างจากการเลือกวัสดุเพื่อพยุง middle turbinate หรือกังหันจมูกส่วนกลาง งานเปรียบเทียบกับ Posisep แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างดังกล่าวอย่างชัดเจน [3]
งานวิจัยเกี่ยวกับ PureRegen หลังผ่าตัดไซนัสพบอะไรบ้าง?
1. การเปรียบเทียบกับ CMC foam หลัง ethmoidectomy
Matheny และคณะ ตีพิมพ์ใน American Journal of Rhinology & Allergy ปี 2014 ศึกษาผู้ป่วย 30 รายที่เข้ารับการผ่าตัด ethmoidectomy สองข้าง โดยสุ่มให้ข้างหนึ่งใช้ PureRegen และอีกข้างใช้ carboxymethylcellulose หรือ CMC foam รุ่น Stammberger Sinu-Foam มีผู้ป่วยติดตามครบ 29 ราย [1]
ผลพบว่าข้างที่ใช้ PureRegen มีการเกิดพังผืดยึดติด หรือ synechiae และคะแนนประเมินแผลโดยการส่องกล้องต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญที่ 6 และ 12 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม อาการบวม สะเก็ด และมูกหนองในช่วง 1–2 สัปดาห์ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนการฟื้นตัวของเยื่อบุเป็นเพียงแนวโน้มที่ดีกว่า โดยยังไม่ถึงนัยสำคัญทางสถิติ [1]
2. การศึกษาการฟื้นตัวของเยื่อบุหลัง ESS
Shi และคณะ ปี 2013 ศึกษาผู้ป่วย 55 รายที่ผ่าตัด ESS สองข้าง และมีผู้ติดตามครบ 54 ราย เปรียบเทียบข้างที่เพิ่มเจล HA กับข้างที่ไม่เพิ่มเจล ภายใต้การดูแลร่วมตามโครงการวิจัย [2]
การสร้างเยื่อบุใหม่ หรือ re-epithelialization ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญในสัปดาห์ที่ 2, 4 และ 8 และผลวิเคราะห์โดยรวมตลอดการติดตามสนับสนุนการลดพังผืด บวม และสะเก็ด ทั้งนี้ ผลรวมตลอดการติดตามไม่ควรตีความว่าทุกตัวชี้วัดแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในทุกครั้งที่ตรวจ [2]
3. การเปรียบเทียบกับ Posisep: ต้องพิจารณาการพยุง middle turbinate
Chen และคณะ ตีพิมพ์ใน The Laryngoscope ปี 2023 เปรียบเทียบ Posisep กับ PureRegen หลัง ESS พบว่า Posisep ลดการเคลื่อนออกด้านข้างของ middle turbinate และการยึดติดได้ดีกว่า แต่ละลายช้ากว่าและมีอาการบวมของเยื่อบุมากกว่า [3]
ผลนี้แสดงว่าความจำเป็นในการพยุง middle turbinate เป็นปัจจัยหนึ่งในการเลือกวัสดุ และไม่ควรนำผลการลดพังผืดเมื่อเทียบกับ CMC ไปขยายความว่า PureRegen ลดพังผืดได้ดีกว่าวัสดุทุกชนิด [1,3]
4. งานเปรียบเทียบกับ Chitogel ร่วมกับ triamcinolone
Cavada และคณะ ปี 2025 ศึกษาผู้ป่วย 40 ราย โดยเปรียบเทียบ Chitogel ที่ผสม triamcinolone กับ PureRegen ในโพรงไซนัสคนละข้าง พบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในผลลัพธ์การหายของแผลที่ประเมิน [4]
อย่างไรก็ตาม การไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าทั้งสองวิธีมีประสิทธิผลเทียบเท่ากัน และไม่ควรใช้สรุปว่า PureRegen ทดแทนการรักษาด้วย steroid ได้
ข้อพิจารณาก่อนเลือกใช้ sinus dressing
การเลือก PureRegen Gel Sinus หรือวัสดุชนิดอื่นควรพิจารณาร่วมกัน ได้แก่
- เป้าหมายหลัก: ดูแลพื้นผิวแผล แยกเนื้อเยื่อ ควบคุมเลือดออก หรือพยุงโครงสร้าง
- ตำแหน่งและขอบเขตของการผ่าตัด รวมถึงความมั่นคงของ middle turbinate
- แผนติดตามแผล การล้างจมูก และการรักษาร่วมที่แพทย์กำหนด
- ข้อบ่งใช้ ข้อห้ามใช้ และคำแนะนำในเอกสารกำกับของผลิตภัณฑ์รุ่นที่ใช้งานจริง
หลักฐานที่กล่าวถึงส่วนใหญ่มีระยะติดตามประมาณ 12 สัปดาห์ จึงยังไม่ควรใช้รับรองว่าจะป้องกันพังผืดได้ทั้งหมด ลดการผ่าตัดซ้ำในระยะยาว หรือเหมาะสำหรับผู้ป่วยทุกคน งานปี 2013 และ 2014 ยังได้รับทุนสนับสนุนจากผู้ผลิต ซึ่งเป็นข้อมูลที่ควรพิจารณาประกอบการอ่านผลการศึกษา [1,2]
ขอข้อมูล PureRegen Gel Sinus สำหรับหน่วยงานทางการแพทย์
แพทย์ บุคลากรห้องผ่าตัด และฝ่ายจัดซื้อที่ต้องการข้อมูลสเปก เอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ หรืองานวิจัยประกอบการพิจารณา สามารถดู รายละเอียด PureRegen Gel Sinus หรือ ติดต่อบริษัท ตะวันแม็คไวสซ์ จำกัด
บทความนี้จัดทำโดยผู้จัดจำหน่ายเพื่อให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์และสรุปหลักฐานทางวิชาการ ไม่ใช้แทนการประเมินผู้ป่วยหรือคำแนะนำของแพทย์
เอกสารอ้างอิง
- Matheny KE, et al. Self-cross-linked hyaluronic acid hydrogel in ethmoidectomy: A randomized, controlled trial. Am J Rhinol Allergy. 2014;28:508–513. DOI: 10.2500/ajra.2014.28.4106.
- Shi R, et al. The clinical outcomes of new hyaluronan nasal dressing: A prospective, randomized, controlled study. Am J Rhinol Allergy. 2013;27:71–76. DOI: 10.2500/ajra.2013.27.3833.
- Chen I, et al. Posisep Versus PureRegen Gel for Post ESS Nasal Packing – A Randomized Blinded Prospective Study. Laryngoscope. 2023;133:1834–1838. DOI: 10.1002/lary.30468.
- Cavada MN, et al. Double-Blinded Randomised Controlled Trial Evaluating the Efficacy of Chitogel Versus PureRegen Gel on Postoperative Outcomes from Endoscopic Sinus Surgery. Am J Rhinol Allergy. 2025;39:211–219. DOI: 10.1177/19458924251321142.
คำถามที่พบบ่อย / FAQ
PureRegen ใช้หลังผ่าตัดไซนัสได้หรือไม่?
มีงานวิจัยศึกษาการใช้ PureRegen Gel Sinus หลัง ESS และ ethmoidectomy โดยตรง การใช้งานจริงต้องเป็นไปตามข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์และดุลยพินิจของแพทย์ [1,2]
PureRegen ลดพังผืดหลังผ่าตัดไซนัสได้หรือไม่?
มีหลักฐานสนับสนุนการลด synechiae เมื่อเทียบกับ CMC foam ในงานปี 2014 แต่ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันพังผืดได้ทั้งหมดหรือเหนือกว่าวัสดุทุกชนิด [1,3]
PureRegen ใช้แทนวัสดุพยุง middle turbinate ได้ทุกกรณีหรือไม่?
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น งานเทียบกับ Posisep พบความแตกต่างด้านการพยุง middle turbinate จึงต้องแยกเป้าหมายการดูแลแผลออกจากความจำเป็นในการพยุงโครงสร้าง [3]
PureRegen เป็นมาตรฐานการใช้ dressing หลังผ่าตัดไซนัสทั่วโลกหรือไม่?
การมีงานวิจัยหรือมีจำหน่ายในหลายประเทศไม่ได้ยืนยันว่าเป็นมาตรฐานระดับประเทศหรือระดับโลก จากหลักฐานที่นำมาอ้างอิงในบทความนี้ ควรเรียกว่าเป็นทางเลือก sinus dressing ที่มีงานศึกษาทางคลินิกรองรับ
ต้องดูแลหลังผ่าตัดอย่างไรเมื่อใช้ PureRegen?
ควรปฏิบัติตามแผนดูแลและนัดติดตามของแพทย์ การใช้เจลไม่ใช่เหตุผลให้หยุดการติดตามแผลหรือปรับการรักษาเอง งานวิจัยมีการดูแลหลังผ่าตัดร่วมด้วย จึงไม่ควรนำขั้นตอนจากงานใดงานหนึ่งมาใช้กับผู้ป่วยทุกคนโดยอัตโนมัติ [1,2]
